Relative Vigor Index คืออะไร

Relative Vigor Index คืออะไร

Relative Vigor Index (RVI) คือ ตัวบ่งชี้ทางเทคนิคที่ใช้ในการวิเคราะห์ตลาดทางการเงิน ตัวบ่งชี้นี้ใช้เพื่อระบุทิศทางของแนวโน้ม หลักการของ RVI คือ ราคามักจะปิดที่สูงกว่าที่เปิดในแนวโน้มที่มั่นคงและปิดที่ต่ำกว่าที่เปิดในแนวโน้มลง

ที่รู้จักกันว่า Relative Vigor Index (RVI) เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ตลาดการเงินแบบ Oscillator ซึ่งถูกออกแบบมา เพื่อวัดความแข็งแกร่งเบื้องหลังของการเคลื่อนไหวของราคา คือ การพยายามแสดงทิศทางและความแข็งแกร่งของแนวโน้มราคาในตลาด ว่าราคาจะคงเดินทางในทิศทางเดิมหรือมีโอกาสที่จะเปลี่ยนทิศทาง

ดังนั้น RVI ไม่เพียงแต่จะช่วยในการระบุแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้น แต่ยังช่วยในการเตือนถึงความเป็นไปได้ของการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มหรือการกลับทางของราคาในอนาคต

คำนิยามของ Relative Vigor Index (RVI)

  • Relative Vigor Index (RVI) คือ ตัวบ่งชี้ทางเทคนิคที่ใช้ในการวิเคราะห์ตลาดการเงินเพื่อระบุทิศทางและความแข็งแกร่งของแนวโน้มราคา
  • หลักการของ RVI คือ ในแนวโน้มขาขึ้นราคามักจะปิดที่สูงกว่าที่เปิด
  • ในขณะที่ในแนวโน้มขาลง ราคามักจะปิดที่ต่ำกว่าที่เปิด
  • ตัวบ่งชี้นี้จะคำนวณโดยการเทียบความแตกต่างระหว่างราคาปิดและราคาเปิดกับช่วงราคาในช่วงเวลาที่กำหนดทำให้ได้ความรู้เกี่ยวกับความแข็งแกร่งเบื้องหลังของการเคลื่อนไหวของราคา

RVI คำนวณอย่างไร

RVI คำนวณโดยเทียบความแข็งแรงระหว่างราคาปิดและราคาเปิดเทียบกับช่วงการเทรดของช่วงเวลานั้น ๆ โดยใช้สูตร

RVI คำนวณอย่างไร

  • RVI= (ราคาปิด – ราคาเปิด) ÷ (ราคาสูงสุด – ราคาต่ำสุด)

เพื่อให้ผลลัพธ์ที่มีประโยชน์ต่อนักเทรด มักจะใช้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (บางครั้งเป็น 10 วัน) ของ RVI เพื่อปรับปรุงผล

นอกจากนี้ยังมีเส้นสัญญาณ RVI ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ของ RVI เอง ซึ่งโดยทั่วไป นักวิเคราะห์จะใช้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ง่าย 4 วัน ของ RVI เพื่อสร้างเส้นสัญญาณนี้ การทับซ้อนของ RVI กับเส้นสัญญาณสามารถใช้เป็นสัญญาณการเทรด:

  • เมื่อ RVI ข้ามเกินเส้นสัญญาณจากด้านล่างขึ้นมา สามารถถือว่าเป็นสัญญาณซื้อ
  • เมื่อ RVI ข้ามเส้นสัญญาณลงไปด้านล่าง สามารถถือว่าเป็นสัญญาณขาย

เหมือนกับตัวบ่งชี้ทางเทคนิคทั้งหมด RVI ควรถูกใช้ร่วมกับเครื่องมือและวิธีการอื่น ๆ เพื่อยืนยันสัญญาณและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำนาย

Relative Vigor Index วิธีการใช้งาน

การใช้งาน RVI

  • เส้นสัญญาณ: หลายครั้ง RVI จะมีเส้นสัญญาณที่สร้างจากค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ง่ายของ RVI โดยทั่วไปเป็น 4 วัน การข้ามของ RVI และเส้นสัญญาณสามารถใช้เป็นสัญญาณการเทรด
    • เมื่อ RVI ข้ามเกินเส้นสัญญาณจากด้านล่างขึ้นมา: นักเทรดอาจพิจารณาเป็นสัญญาณซื้อ
    • เมื่อ RVI ข้ามเส้นสัญญาณลงไปด้านล่าง: นักเทรดอาจพิจารณาเป็นสัญญาณขาย
  • การใช้กับอื่น ๆ: เช่นกับตัวบ่งชี้ทางเทคนิคทั้งหมด RVI ควรถูกใช้ร่วมกับเครื่องมือและวิธีการวิเคราะห์ตลาดอื่น ๆ เพื่อยืนยันและเพิ่มความน่าเชื่อถือในการวิเคราะห์
  • การดูแนวโน้ม: RVI ที่เพิ่มขึ้นในการเคลื่อนไหวของราคาขาขึ้น หมายความว่าความแข็งแกร่งเบื้องหลังแนวโน้มนั้นสูง ในขณะที่ RVI ที่ลดลงในการเคลื่อนไหวของราคาขาลง หมายความว่าแนวโน้มนั้นอาจจะทรุดลงไป
  • การบอกสัญญาณการเกิด Divergence: เช่นเดียวกับ Oscillator อื่น ๆ RVI สามารถใช้บอกสัญญาณเกี่ยวกับ Divergence หาก RVI แสดงทิศทางที่แตกต่างจากราคา ซึ่งเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงทางการเคลื่อนไหวของราคา

วิธีการตีความตัวบ่งชี้ RVI

ตัวบ่งชี้ Relative Vigor Index (RVI) เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการวิเคราะห์ทิศทางของแนวโน้มตลาด สิ่งสำคัญที่ควรจะสังเกตคือการตัดกันของเส้นต่าง ๆ ภายในตัวบ่งชี้

การตัดกันของเส้นต่าง ๆ

  • เป็นสัญญาณหลักที่นักเทรดสามารถใช้เพื่อวิเคราะห์และตัดสินใจซื้อขาย

สัญญาณซื้อขายขาลง

  • เมื่อเส้นตัวบ่งชี้ RVI ตัดข้ามเส้นสัญญาณลงไปด้านล่าง นี่คือ สัญญาณที่แนะนำว่าตลาดอาจจะมีแนวโน้มขาลงในอนาคตเร็ว ๆ นี้ ซึ่งเป็นโอกาสที่นักเทรดสามารถพิจารณาเปิดคำสั่งซื้อขายขาลง

สัญญาณซื้อขายขาขึ้น

  • เมื่อเส้นตัวบ่งชี้ RVI ตัดข้ามเส้นสัญญาณขึ้นไปด้านบน นี่คือ สัญญาณที่แนะนำว่าตลาดอาจจะมีแนวโน้มขาขึ้นในอนาคตเร็ว ๆ นี้ ซึ่งเป็นโอกาสที่นักเทรดสามารถพิจารณาเปิดคำสั่งซื้อขายขาขึ้น

ภาพตัวอย่างประกอบ

RVI

  • เมื่อเส้นตัวบ่งชี้ RVI ตัดข้ามเส้นสัญญาณลงด้านล่าง นี่คือสัญญาณซื้อขายจาก RVI เพื่อเปิดคำสั่งซื้อขายขาลง

RVI 2

  • เมื่อเส้นตัวบ่งชี้ RVI ตัดข้ามเส้นสัญญาณขึ้นด้านบน นี่คือสัญญาณซื้อขายจาก RVI เพื่อเปิดคำสั่งซื้อขายขาขึ้น

ขั้นตอนการใช้ Relative Vigor Index (RVI) สามารถทำได้

ติดตั้งตัวบ่งชี้ RVI ในแพลตฟอร์มการเทรด: แพลตฟอร์มการเทรดที่ทันสมัยส่วนใหญ่จะมี RVI ในส่วนของตัวบ่งชี้ทางเทคนิค สามารถเลือกและเพิ่มมันไปยังแผนภูมิ

  • ตั้งค่าเส้นสัญญาณ: หลังจากที่เพิ่ม RVI ลงในแผนภูมิ ควรตั้งค่าเส้นสัญญาณ (เช่น เส้นเฉลี่ยเคลื่อนที่ง่าย 4 วัน) เพื่อใช้ในการแปลผล RVI

การวิเคราะห์สัญญาณ

  • หาก RVI ข้ามเกินเส้นสัญญาณจากด้านล่างขึ้นมา นักเทรดอาจพิจารณาเป็นสัญญาณซื้อ
  • หาก RVI ข้ามเส้นสัญญาณลงไปด้านล่าง นักเทรดอาจพิจารณาเป็นสัญญาณขาย

ตรวจสอบการเกิด Divergence

  • หากมีการเกิด Divergence ระหว่าง RVI และการเคลื่อนไหวของราคา นั้นคือสัญญาณเตือนการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้ม
  • ทั้ง RVI และเครื่องมือวิเคราะห์ตลาดอื่น ๆ สามารถช่วยให้ทำการเทรดอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ขณะนี้ ควรประกอบ RVI กับเครื่องมือวิเคราะห์ตลาดอื่น ๆ เช่นเส้นแนวรับแนวต้าน Moving Averages หรือ MACD เพื่อยืนยันและเสริมสัญญาณที่ได้

ทดลองด้วยบัญชี Demo

  • ก่อนที่จะเริ่มต้นการเทรดด้วย RVI บนบัญชีจริง ควรลองทดสอบกับบัญชี Demo เพื่อความเข้าใจและความเชื่อมั่นในการใช้งาน RVI

การประเมินผล

  • หลังจากที่ได้ทำการเทรดด้วย RVI ในระยะเวลาหนึ่ง ควรทบทวนและประเมินผลการเทรดเพื่อปรับปรุงวิธีการและกลยุทธ์ต่อไป

ขั้นตอนการใช้งาน RVI ใน MetaTrader 4 (MT4)

MetaTrader 4 (MT4) เป็นแพลตฟอร์มการเทรดที่ยอดนิยมและมีตัวบ่งชี้ทางเทคนิคหลายตัวที่ใช้งานได้ แต่ RVI ไม่ได้ถูกเสนอมาในเซตมาตรฐานของ MT4 ถ้าต้องการใช้ RVI ใน MT4 อาจต้องค้นหาและติดตั้งตัวบ่งชี้ที่ถูกพัฒนาโดยบุคคลที่สาม

ขั้นตอนทั่วไปในการเพิ่ม RVI ไปยัง MT4

การดาวน์โหลด RVI

  • ค้นหาตัวบ่งชี้ RVI สำหรับ MT4 จากแหล่งที่น่าเชื่อถือ
  • ดาวน์โหลดไฟล์ mq4 หรือ ex4 ของตัวบ่งชี้ RVI

การติดตั้ง RVI

MT4 RVI

  • เปิดโปรแกรม MT4 ของ
  • เลือก “ไฟล์” แล้วไปที่ “เปิดโฟลเดอร์ข้อมูล”
  • ในหน้าต่างที่ปรากฏขึ้น เปิดโฟลเดอร์ MQL4 และโฟลเดอร์ย่อย Indicators
  • คัดลอกไฟล์ mq4 หรือ ex4 ที่ดาวน์โหลดลงในโฟลเดอร์นี้
  • ปิดและเปิด MT4 ใหม่เพื่อให้ตัวบ่งชี้ปรากฏขึ้น

การเพิ่ม RVI ไปยังแผนภูมิ

  • เปิดแผนภูมิสำหรับสินค้าที่ต้องการเทรด
  • คลิกที่ “เครื่องมือ” และเลือก “ตัวบ่งชี้”
  • ควรเห็น RVI ปรากฏในรายการ คลิกที่มันและกด “เพิ่ม” หรือ “ตกลง”

การปรับแต่งตัวบ่งชี้

  • หลังจากที่เพิ่ม RVI ไปยังแผนภูมิ คลิกขวาที่แผนภูมิ และเลือก “รายการตัวบ่งชี้”
  • ค้นหา RVI และคลิก “แก้ไข” ที่นี่สามารถปรับการตั้งค่าของ RVI ได้ตามที่ต้องการ

การวิเคราะห์ด้วย RVI

  • เมื่อตั้งค่า RVI เรียบร้อยแล้ว สามารถใช้มันในการวิเคราะห์แนวโน้มของตลาด
  • และตรวจสอบสัญญาณทางเทคนิคตามที่ได้กล่าวไว้ในคำอธิบาย RVI ก่อนหน้านี้

การวิเคราะห์ด้วย RVI

การตั้งค่า

  • เส้น RVI ซึ่งเป็นสีเขียวตามค่าเริ่มต้นใน MetaTrader
  • ใช้เส้นสัญญาณซึ่งเป็นสีแดงตามค่าเริ่มต้น
  • ลำดับของตัวบ่งชี้ RVI คือ 10

RVI ตั้งค่า

ข้อจำกัดของการใช้งาน Relative Vigor Index

Relative Vigor Index (RVI) เป็นตัวบ่งชี้ทางเทคนิคที่มีความนิยมในการวิเคราะห์แนวโน้มของตลาด แต่ก็มีข้อจำกัดที่นักเทรดควรระวัง ดังนี้

  • ตลาดพักตัว (Sideways Market): RVI อาจไม่แสดงผลได้ดีในช่วงตลาดพักตัวหรือตลาดที่ไม่มีแนวโน้มชัดเจน เพราะ RVI วัดความแข็งแกร่งของแนวโน้ม แต่ในช่วงตลาดพักตัว ไม่มีแนวโน้มใด ๆ ให้วิเคราะห์
  • สัญญาณเท็จ (False Signals): เช่นกับตัวบ่งชี้ทางเทคนิคอื่น ๆ RVI อาจให้สัญญาณที่ไม่ถูกต้องหรือเท็จ ซึ่งอาจนำไปสู่การเทรดที่ไม่เป็นผล
  • ดีเวอร์เจนซ์ (Divergence): แม้ว่าการดูแนวโน้มที่ไม่เหมือนกับราคา (Divergence) อาจจะเป็นสัญญาณที่น่าสนใจ แต่ก็ไม่แปลว่ามันจะเป็นสัญญาณที่ถูกต้องแน่นอน 100%
  • ใช้ในระยะเวลาเฉพาะ: RVI อาจทำงานได้ดีในบางระยะเวลาแต่ไม่ดีในระยะเวลาอื่น ๆ นักเทรดควรทดลองใช้กับข้อมูลย้อนหลังเพื่อดูว่า RVI ทำงานได้ดีในระยะเวลาใด
  • ล่าช้า: เช่นเดียวกับตัวบ่งชี้บางตัวที่ใช้ค่าเฉลี่ย RVI อาจจะล่าช้าในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของราคา ซึ่งอาจทำให้นักเทรดพลาดโอกาสในการเทรดที่ดี
  • ไม่ควรใช้ตัวเดียว: การพึ่งพา RVI เป็นตัวเดียวอาจจะไม่เป็นผล ควรรวมกับเครื่องมือวิเคราะห์ตลาดอื่น ๆ และเทคนิคที่เสริมเพื่อช่วยในการวิเคราะห์ที่แม่นยำยิ่งขึ้น

ในท้ายที่สุด RVI เป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือวิเคราะห์ตลาด ควรใช้ร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์ตลาดอื่น ๆ เพื่อให้การวิเคราะห์เป็นไปอย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

ข้อดีของ  Relative Vigor Index (RVI)

Relative Vigor Index (RVI) มีคุณสมบัติและข้อดีที่ทำให้นักเทรดหลายคนเลือกใช้มันในการวิเคราะห์ตลาดดังนี้

  • แนวคิดง่าย: RVI มองเท่าที่ความแรงในการเคลื่อนไหวของราคา, ทำให้การวิเคราะห์เป็นไปได้อย่างง่ายดาย
  • การตัดสินใจในการซื้อขาย: เส้นของ RVI และเส้นสัญญาณให้สัญญาณที่ชัดเจนเมื่อเกิดการตัดกัน ทำให้การตัดสินใจซื้อขายเป็นไปได้ง่ายขึ้น
  • การระบุการเปลี่ยนแนวโน้ม: RVI สามารถช่วยระบุการเปลี่ยนแนวโน้มได้อย่างรวดเร็ว
  • ฟิลเตอร์สัญญาณ: สามารถใช้ RVI เป็นฟิลเตอร์ในการตรวจสอบสัญญาณการซื้อขายจากตัวบ่งชี้อื่น
  • ปรับแต่งได้: ผู้ใช้สามารถปรับการตั้งค่า RVI เพื่อตรงกับรูปแบบการเทรดและเป้าหมายของตนเอง
  • เรียนรู้ง่าย: สำหรับนักเทรดมือใหม่, RVI เป็นตัวบ่งชี้ที่เรียนรู้และเข้าใจได้ง่าย
  • นำมาใช้กับเฟรมเวลาหลายตัว: RVI สามารถนำมาใช้ในเฟรมเวลาต่าง ๆ ทั้งในการเทรดระยะสั้นและระยะยาว
  • ไม่ซับซ้อน: เมื่อเทียบกับตัวบ่งชี้อื่น ๆ ที่มีความซับซ้อน, RVI มีความง่ายและโดยตรง
  • สามารถรวมกับตัวบ่งชี้อื่น ๆ: RVI สามารถใช้ร่วมกับตัวบ่งชี้ทางเทคนิคอื่น ๆ เพื่อยืนยันสัญญาณและเพิ่มความมั่นใจในการเทรด
  • ช่วยป้องกันการเทรดทาง bertrade: ด้วยการแสดงแนวโน้มและความแรง, RVI สามารถช่วยนักเทรดในการหลีกเลี่ยงการเข้าซื้อขายในตอนที่ตลาดไม่เป็นไปตามทิศทางที่ต้องการ

ข้อเสียของ Relative Vigor Index (RVI)

  • สัญญาณปลอม (False Signals): RVI อาจจะให้สัญญาณซื้อขายที่ไม่แม่นยำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดที่มีการเคลื่อนไหวข้างเคียง (sideways market)
  • ปรับตอบสนองช้า: ในบางครั้ง RVI อาจจะตอบสนองช้าต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาด ทำให้นักเทรดพลาดโอกาสบางโอกาส
  • ความซับซ้อนของการตีความ: สำหรับนักเทรดมือใหม่, RVI อาจจะดูซับซ้อนและยากต่อการตีความ
  • การใช้ความเห็นความคิดเห็น: การตัดสินใจโดยอาศัย RVI เฉพาะอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ. ควรรวมการวิเคราะห์พื้นฐานและตัวบ่งชี้อื่น ๆ ไปด้วย
  • อาจทำให้เกิดการซื้อขายบ่อย: ในบางสถานการณ์, RVI อาจให้สัญญาณซื้อขายบ่อยเกินไป, ทำให้นักเทรดต้องเผชิญกับค่าธรรมเนียมและภาระภาษีมากขึ้น
  • ความต้องการปรับแต่ง: การตั้งค่าเริ่มต้นของ RVI อาจไม่เหมาะสมสำหรับทุกตลาดหรือรูปแบบการเทรด. ผู้ใช้อาจจำเป็นต้องปรับแต่งเพื่อให้ได้ผลที่ดีที่สุด
  • แทรนด์ไม่ชัดเจน: ในตลาดที่ไม่มีแนวโน้มชัดเจน, RVI อาจไม่เป็นที่มีประสิทธิภาพ
  • ความคลาดเคลื่อนด้านการคำนวณ: ความคลาดเคลื่อนในการคำนวณอาจเกิดขึ้นเมื่อใช้ข้อมูลราคาที่ไม่แม่นยำหรือข้อมูลไม่ครบถ้วน

สรุป

การใช้ Relative Vigor Index (RVI) ให้ประสบความสำเร็จ ควรมีองค์ประกอบหลายๆด้าน ควรคำนึงถึงหลักการและข้อแนะนำต่อไปนี้

  • ใช้รวมกับตัวบ่งชี้อื่น ๆ: การใช้ RVI ร่วมกับตัวบ่งชี้เทคนิคอื่น ๆ เช่น Moving Averages, MACD หรือ Stochastic จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตีความตลาดอย่างถูกต้อง
  • เรียนรู้การตั้งค่า: การปรับแต่งตัวบ่งชี้ให้เหมาะสมกับรูปแบบการเทรดและตลาดที่คุณต้องการจะเทรดจะช่วยเพิ่มความแม่นยำ
  • ใช้ร่วมกับการวิเคราะห์พื้นฐาน: อย่าลืมว่าตัวบ่งชี้เทคนิคเป็นเพียงเครื่องมือเดียวในการตัดสินใจเทรด การวิเคราะห์ทางพื้นฐานเช่นข่าวสารเศรษฐกิจหรือสถานการณ์โลกสากลจะช่วยให้คุณเข้าใจภาพรวมของตลาดได้ดียิ่งขึ้น
  • ฝึกฝนและทดสอบ: ก่อนที่คุณจะใช้ RVI ในการเทรดจริง ควรลองทดสอบกับบัญชีเดโม (Demo Account) เพื่อฝึกฝนและเรียนรู้การตีความตัวบ่งชี้
  • ระวังสัญญาณปลอม: ทุกตัวบ่งชี้ทางเทคนิคมักมีโอกาสให้สัญญาณที่ไม่แม่นยำบ้าง, ดังนั้นต้องเรียนรู้วิธีการกรองสัญญาณเหล่านั้นออก
  • สังเกตความผันผวนของตลาด: ในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง, RVI อาจให้สัญญาณที่ซับซ้อนและยากต่อการตีความ
  • จัดการความเสี่ยง: การตั้งค่า stop loss และ take profit เป็นสิ่งที่สำคัญในการจัดการความเสี่ยง, ไม่ว่าคุณจะเทรดด้วยตัวบ่งชี้ใดก็ตาม
  • การประเมินผล: หลังจากที่คุณใช้ RVI ในการเทรด, ควรตรวจสอบและประเมินผลเพื่อเห็นว่าวิธีการนั้นมีประสิทธิภาพหรือไม่
  • ศึกษาเรื่องตลาด: ยิ่งคุณเข้าใจตลาดและรูปแบบการเคลื่อนไหวของราคา, คุณจะยิ่งใช้ RVI และตัวบ่งชี้อื่น ๆ ได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  • สามัญสำนึก: อย่าเชื่อแบบบอกเดียวในตัวบ่งชี้ ใช้สามัญสำนึกและความรู้ฐานของตัวเองในการตัดสินใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *