Forex เบื้องต้น

Forex เบื้องต้น

การซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (forex) ซึ่งเป็นกระบวนการซื้อและขายสกุลเงินในตลาดโลก ด้วยข้อมูลพื้นฐาน ฟังแล้วดูน่าค้าหาทำให้สิ่งนี้เป็นที่น่าดึงดูดใจสำหรับหลาย ๆ คน โดยเฉพาะเทรดเดอร์ที่ต้องการรวยเร็ว ต้องการที่จะมีอิสรภาพทางการเงินสูง ช่องทาง Forex จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ใครหลายคนสนใจมาก  อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการเทรด Forex จะถูกหลอกลวงได้ง่าย ก็ไม่ได้มีผลมากนัก และมีอีกสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน คือ การทำความเข้าใจว่ามันคืออะไร ทำงานอย่างไร มีวิธีทำกำไรอย่างสม่ำเสมอให้ได้ตลอดทำได้อย่างไรบ้าง บทความนี้จะเป็นการปูพื้นความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ forex อย่างครอบคลุม Indicator

Forex คืออะไร?

Forex เป็นตัวย่อของ “Foreign Exchange” ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศหรือ Forex เป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดและมีสภาพคล่องมากที่สุดในโลก โดยมีมูลค่าการซื้อขายต่อวันมากกว่า 6 ล้านล้านดอลลาร์ เป็นตลาดที่มีการแลกเปลี่ยนสกุลเงินของประเทศต่างๆ ตลาด Forex แตกต่างจากตลาดอื่น ๆ ตรงที่ตลาด Forex เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากประกอบด้วยศูนย์กลางทางการเงินหลายแห่งทั่วโลก

การซื้อขาย Forex เกี่ยวข้องกับคู่สกุลเงิน เป็นการซื้อสกุลเงินหนึ่งไปพร้อมกับการขายอีกสกุลเงินหนึ่ง คู่สกุลเงินแบ่งออกเป็นประเภท คู่สกุลเงินหลัก (7 คู่ที่นิยมกันมากที่สุดในวงการ Forex ไทย) คู่สกุลเงินรอง และคู่สกุลเงินเกิดใหม่

ใครอยู่ในตลาด Forex บ้าง?

ตลาด FOREX ประกอบด้วยนักลงทุนจากหลากหลายอาชีพบนโลก เหล่านี้รวมถึงองค์กรใหญ่ๆ ที่มีอิทธิพลต่ออัตราการแลกเปลี่ยน ดังนี้

  • ธนาคารกลาง คือ สถาบันที่ถือว่าเป็น ธนาคารกลางทั้งหมด มักจะมีส่วนร่วมในตลาด FOREX เพื่อควบคุมมูลค่าของสกุลเงินและใช้นโยบายการเงินของตน
  • ธนาคารเพื่อการพาณิชย์และการลงทุน คือ สถาบันเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางสำหรับลูกค้าและซื้อขายสำหรับบัญชีของพวกเขา
  • บริษัท คือ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศเข้าร่วมในตลาด FOREX เพื่อจุดประสงค์ในการป้องกันความเสี่ยงจากสกุลเงิน
  • กองทุนเฮดจ์ฟันด์และบริษัทการลงทุน คือ สถาบันเหล่านี้ซื้อขายสกุลเงินโดยเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การลงทุน
  • ผู้ค้าปลีกรายบุคคล คือ บุคคลที่ซื้อขายFOREXเพื่อผลกำไร โดยทั่วไปผ่านนายหน้าซื้อขาย FOREX

ใครคือโบรกเกอร์ forex ?

โบรกเกอร์ FOREX ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้เทรด FOREX รายย่อยและตลาดระหว่างธนาคาร ตลาดระหว่างธนาคารเป็นเครือข่ายของธนาคารที่แลกเปลี่ยนสกุลเงินระหว่างกัน โบรกเกอร์ FOREX ให้เทรดเดอร์เข้าถึงตลาดนี้ โดยจัดหาแพลตฟอร์มสำหรับซื้อและขายสกุลเงิน ทั้ง MT4 MT5 หรือแม้แต่เว็บเทรดออนไลน์ต่างๆ

โบรกเกอร์ FOREX สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ

  • ประเภทที่ 1 คือ โบรกเกอร์ Dealing Desk
  • โบรกเกอร์ 2 คือ Non Dealing Desk

นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์สร้างตลาดสำหรับลูกค้าของตน ทำหน้าที่เป็นคู่สัญญาในการซื้อขายและจัดหาสภาพคล่องด้วยการกำหนดราคาซื้อและขาย ในทางกลับกัน โบรกเกอร์ที่ไม่ใช่ตัวแทนซื้อขายจะกำหนดเส้นทางคำสั่งซื้อโดยตรงไปยังผู้ให้บริการสภาพคล่อง (liquidity Provider) ในตลาด Interchange Forex Markets

โบรกเกอร์ Dealing Desk (DD)

“โบรกเกอร์ Forex Dealing Desk (DD)” หรือ “Market Makers” เป็นโบรกเกอร์ที่จับคู่การซื้อขายภายในองค์กรของตนเอง ไม่ต้องส่งคำสั่งซื้อขายไปยังตลาดทั่วไป แต่จะจับคู่กับลูกค้าอื่น และหากไม่สามารถจับคู่ได้ โบรกเกอร์จะรับคำสั่งซื้อขายของลูกค้า

  • ค่าบริการที่ต่ำ เนื่องจากสเปรดและสวอปสามารถกำหนดได้
  • มีทั้งสเปรดแบบคงที่ (Fixed) และแบบผันผวน (Floating)
  • การส่งคำสั่งที่รวดเร็ว เนื่องจากโบรกเกอร์รับคำสั่งของตนเอง
  • อาจมี Re-quote (การเปลี่ยนแปลงราคาหลังจากที่คำสั่งถูกส่ง)
  • โบรกเกอร์อาจมีความน่าเชื่อถือต่ำ

โบรกเกอร์ 2 คือ Non Dealing Desk

โบรกเกอร์ Forex ประเภท “Non-Dealing Desk (NDD)” เป็นโบรกเกอร์ที่ส่งคำสั่งซื้อขายของลูกค้าไปยังตลาด Forex โดยตรง โดยทำหน้าที่เป็นสะพานระหว่างลูกค้าและผู้ให้บริการความเหลว (Liquidity Provider). แหล่งรายได้ของโบรกเกอร์ประเภทนี้ประกอบด้วยค่าคอมมิชชั่นและสเปรด

NDD มีสองซับประเภท คือ STP (Straight Through Processing): ทำการส่งคำสั่งซื้อขายโดยตรง และECN (Electronic Communication Network): สร้างเครือข่ายการสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์

  • การส่งคำสั่งซื้อขายรวดเร็วและไม่มีการเปลี่ยนแปลงราคาหลังจากที่คำสั่งถูกส่ง (Re-quote)
  • มีความน่าเชื่อถือสูง
  • ต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่น และ Swap

จะทำกำไรในตลาด Forex ได้อย่างไร?

การเทรด FOREX ก็เหมือนกับการลงทุนรูปแบบอื่นๆ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการซื้อในราคาต่ำและการขายในราคาสูง ต่อไปนี้เป็นขั้นตอนในการทำกำไรในตลาด FOREX

1.      ทำความเข้าใจเกี่ยวกับคู่สกุลเงิน

จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องความเข้าใจเรื่องนี้ให้ดีก่อนเทรด เพราะคือต้นทุนแรก คู่สกุลเงิน (Currency Pair) ในตลาดฟอเร็กซ์ คือ การแสดงค่าของสกุลเงินหนึ่งเทียบกับสกุลเงินอื่น ๆ สำหรับการทำธุรกรรมซื้อขายในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา ซึ่งประกอบด้วยสกุลเงินฐาน (Base Currency) และสกุลเงินนับ (Quote Currency)

  • สกุลเงินฐาน คือ สกุลเงินที่แสดงอยู่ด้านหน้าในคู่สกุลเงิน
  • ส่วนสกุลเงินนับ คือ สกุลเงินที่แสดงอยู่ด้านหลัง

ตัวอย่างเช่น ในคู่สกุลเงิน EUR/USD

  • EUR คือ สกุลเงินฐาน
  • USD คือ สกุลเงินนับ
  • ค่าแลกเปลี่ยนที่แสดงคือมูลค่าสกุลเงินนับที่ต้องใช้ในการแลกเปลี่ยนสกุลเงินฐาน 1 หน่วย. ตัวอย่างเช่น, ถ้าค่าแลกเปลี่ยน EUR/USD คือ 1.20, นั่นหมายความว่า คุณจำเป็นต้องใช้ 1.20 ดอลลาร์สหรัฐ (สกุลเงินนับ) ในการแลกเปลี่ยน 1 ยูโร (สกุลเงินฐาน)

2.      การวิเคราะห์ตลาด

ผู้ค้าใช้การวิเคราะห์หลักสองรูปแบบ คือ การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและทางเทคนิค การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเกี่ยวข้องกับการประเมินIndicatorทางเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อคาดการณ์การเคลื่อนไหวของสกุลเงิน การวิเคราะห์ทางเทคนิคเกี่ยวข้องกับการศึกษากราฟราคาเพื่อระบุรูปแบบและแนวโน้ม

3.      การใช้ Leverage

เลเวอเรจตรงนี้ จะช่วยให้เทรดเดอร์สามารถควบคุมตำแหน่งที่ใหญ่ขึ้นด้วยเงินจำนวนเล็กน้อย เป็นการเพิ่มศักยภาพในการทำกำไรให้ยั่งยืน อย่าลืมว่า ควรค่อยๆปรับ จากน้อยไปมาก เพราะเท่ากับเทรดเดอร์มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นด้วย

กลยุทธ์ทํากําไรการซื้อขายและแผนการเทรด

กลยุทธ์ทํากําไรการซื้อขายและแผนการเทรด

การเดินทางที่ประสบความสำเร็จในการเทรด FOREX นั้นขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ที่ดีและแผนการเทรดที่ครอบคลุม กลยุทธ์การซื้อขาย คือ แผนการที่มีระเบียบแบบแผนซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าไม่ว่าจะเปิดสถานะซื้อหรือขายในตลาด ในทางกลับกัน แผนการเทรดจะแสดงเกณฑ์การเข้า ออก และการจัดการเงินของเทรดเดอร์ แผนการเทรดของเทรดเดอร์ คือ คัมภีร์ไบเบิลในการเทรด สรุปกลยุทธ์โดยรวม เป้าหมาย การจัดการความเสี่ยง และแม้แต่เกณฑ์ในการออกจากตลาด กลยุทธ์ที่ดีจะช่วยให้ทำกำไรได้ง่าย มีความเสี่ยงที่น้อย แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับนิสัยของผู้เล่นด้วย

1.      Scalping

Scalping คือ กลยุทธ์การเทรดที่มุ่งหากำไรจากการเปลี่ยนแปลงราคาเคลื่อนไหวที่เล็กน้อยและรวดเร็ว โดยเทรดเดอร์จะรีบซื้อขายหลายครั้งต่อวัน เพื่อรวบรวมกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาเหล่านี้ การทำ Scalping ต้องมีความแน่ใจ ถึงการเปลี่ยนแปลงราคาจุดที่เกิดขึ้นชัดเจน รวมถึงการใช้เครื่องมือและข้อมูลที่เหมาะสม เพื่อวิเคราะห์และตัดสินใจที่รวดเร็ว

2.      Swingtrade

Swing Trading คือ กลยุทธ์การเทรดที่มุ่งหากำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาในช่วงเวลาที่นานกว่าหนึ่งวันแต่ไม่เกินสองสามสัปดาห์ เทรดเดอร์ที่ใช้กลยุทธ์นี้ จะสนใจทั้งการวิเคราะห์เทคนิคและการวิเคราะห์พื้นฐานเพื่อตัดสินใจในการซื้อขายเป็นพิเศษ

3.      Trend Following

Trend Following หรือการเทรดตามเทรนด์ คือ กลยุทธ์ที่เรียกใช้การวิเคราะห์แนวโน้มของราคาเพื่อคาดการณ์และทำกำไรจากการเคลื่อนไหวในอนาคต สิ่งสำคัญคือ ความอดทนและความเข้าใจลึกซึ้งในตลาด เพราะการเทรดนี้อาจใช้เวลาหลายวัน, สัปดาห์ หรือเดือน นักเทรดแบบนี้ มักเรียกว่า Position Traders

4. Position Trading

Position Trading คือ กลยุทธ์การซื้อขายระยะยาว โดยนักเทรดจะถือตำแหน่งเทรดนานสัปดาห์ถึงปี เนื่องจากเชื่อว่า แนวโน้มของสกุลเงินขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจระยะยาว พวกเขาไม่ให้ความสนใจกับความผันผวนราคาระยะสั้น แต่มุ่งเน้นที่แนวโน้มราคาขึ้นหรือลงในระยะยาว

กลยุทธ์การเทรดต่างๆ มีความเสี่ยง การได้มาของผลตอบแทนบมีเวลาในการทำธุรกรรมที่แตกต่างกัน ที่สำคัญ คือ การเลือกกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการเงิน ความยินยอมในความเสี่ยง และเวลาที่มีใช้เป็นตัวกำหนด นอกจากนี้ ยังต้องมีแผนการเทรดที่ครอบคลุมการบริหารเงิน การบริหารความเสี่ยง การติดตามและวิเคราะห์ผลการเทรด การใช้วิธีการเหล่านี้อย่างครบถ้วนเป็นสิ่งที่ช่วยให้นักเทรดประสบความสำเร็จได้

Risk Reward และความน่าจะเป็น

อัตราส่วน Risk Reward คือ การวัดความเสี่ยงที่คุณเอาไว้เทียบกับผลตอบแทนที่คาดหวังจากการเทรด Forex ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณตั้งค่าการหยุดขาดทุนที่ 10 จุด และตั้งค่าเป้าหมายที่ 30 จุด ส่วน Risk Reward คือ 1:3. นั่นคือ คุณยอมรับความเสี่ยงที่จะขาดทุน 1 หน่วยเพื่อได้รับผลตอบแทน 3 หน่วย

การคำนวณความน่าจะเป็น หมายถึง การประเมินโอกาสที่การเทรดของคุณจะประสบความสำเร็จ การทราบความน่าจะเป็นที่ดี จะช่วยให้คุณตัดสินใจที่ดีในการกำหนดราคาในการเข้าสู่ตลาดและอัตราส่วน Risk Reward ได้ดีด้วย

การเชื่อมต่อระหว่าง Risk Reward และความน่าจะเป็นเป็นสิ่งสำคัญในการเทรด Forex แม้คุณจะมีอัตราส่วน Risk Reward ที่ดี หากความน่าจะเป็นในการประสบความสำเร็จต่ำ นั้นก็ถือว่ามีโอกาสที่จะขาดทุนอยู่ ดังนั้น การมีกลยุทธ์ที่มีความน่าจะเป็นสูงที่สามารถทำให้คุณได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับความเสี่ยงเป็นสิ่งที่สำคัญ

เทรดอย่างมืออาชีพ

เทรดเดอร์มืออาชีพเข้าใจว่ากำไรมาจากการรอการเทรดที่ถูกต้อง มีความรู้ความสามารถ จังหวะการเข้าออร์เดอร์ที่ดี ไม่ใช่จากการเทรดบ่อยๆ อีกทั้ง การเทรด FOREX อย่างมืออาชีพต้องใช้ความรู้ ทักษะและ การวิเคราะห์เชิงเทคนิค มีหลักความคิดผสมผสานกันอย่างถูกวิธี ตามเงื่อนไขที่ได้วางไว้ นี่คือสิ่งที่ทำให้เทรดเดอร์มืออาชีพแตกต่างจากนักเทรดสมัครเล่น

  • ความรู้
  • การจัดการความเสี่ยง
  • การควบคุมอารมณ์
  • ความสามารถในการปรับตัว
  • ความอดทน

บทสรุป

การเทรด FOREX นำเสนอโลกแห่งโอกาสสำหรับผู้ที่เต็มใจที่จะผ่านคลื่นที่ผันผวน ไม่ใช่แค่การคาดการณ์ความเคลื่อนไหวของตลาดเท่านั้น แต่ยังต้องเข้าใจโครงสร้างตลาด วางแผนกลยุทธ์ จัดการความเสี่ยง และรักษาระเบียบวินัยด้วย โปรดจำไว้ว่าการเทรด FOREX ไม่ใช่แผนการรวยเร็ว ต้องใช้เวลา ความอดทน และความพยายามในการทำความเข้าใจและนำกลยุทธ์ไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังคำกล่าวที่ว่า “ยิ่งทำงานหนัก ยิ่งโชคดี” ใน FOREX ยิ่งเทรดเดอร์ทำงานหนักขึ้นและฉลาดขึ้น การเทรดของเทรดเดอร์ก็จะยิ่งมีกำไรมากขึ้นเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *